วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฤทธิ์มีดสั้น

หัวใจของลี้คิฮวงปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งขึ้นอีกครั้ง
นางสวมเสื้อกระโปรงสีม่วงอ่อน คลุมเสื้อสีม่วงอ่อน มองดูในหิมะสีเงินยวงคล้ายเป็นจี่ล่อลั๊ง (ดอกไวโอเล็ต) อันสดสวย
ยังจำได้ นางพอใจหิมะที่สุด พอถึงตอนหิมะตกนางมักลากตนไปในลานตึกที่มีหิมะสุม ขว้างหิมะเข้าใส่ก้อนหนึ่งแล้ว จึงหัวร่อเสียงใสหลบหนีไปเรียกให้ไล่จับนาง
ยังจำได้ วันที่พาเล็งโซ่วฮุ้นกลับไปก็มีหิมะตกหนัก นางกำลังนั่งอยู่ในเก๋งกลางป่าเหมย ดูหิมะบนดอกเหมย
ยังจำได้ ลูกกรงของเก๋งเป็นสีแดง ดอกเหมยก็เป็นสีแดง แต่เมื่อนางนั่งบนลูกกรง ดอกเหมยและลูกกรงคล้ายดั่งหมองคล้ำสิ้นสีสรรไป
ตอนนั้นมิได้สังเกตุสีหน้าของเล้งโซ่วฮุ้น แต่ภายหลังพอจะคิดคำนวณออก นับแต่เล็งโซ่วฮุ้นได้พบนางเป็นคราแรก ห้วใจก็มัวเมาจางมงายแล้ว...
และมิทราบเป็นอย่างไรในเวลาขณะนี้ ความคิดของลี้คิมฮวงได้ย้อนกลับสู่อดีตอีกครา
ยังจำได้ วันนั้นเป็นขึ้นเจ็ดค่ำ เพราะเรื่องสำคัญอย่างยิ่งรายหนึ่ง ดังนั้น มิได้ผ่านให้พ้นตรุษก็ต้องรีบเร่งออกจากบ้านไปนอกกำแพงใหญ่
วันนั้นก็มีหิมะตกหนัก ลิ่มซือิมลงมือปรุงอาหารอันโอชะแก่ลี้คิมฮวงโต๊ะหนึ่ง จิบสุราชมหิมะภายในลานตึกเล็กๆของนาง
ลิ่มซีอิมเติบใหญ่ในบ้านของลี้คิมฮวงตั้งแต่เยาว์วัย บิดาของนางคือกอกอมารดาลี้คิมฮวง ตอนท่านผู้เฒ่าทั้งสองยังไม่เสียชีวิต ก็ได้ตกลงจะบวกญาติในญาติให้สนิทสนมอีกชั้นหนึ่งแล้ว
แต่ลี้คิมฮวงกับลิ่มซีอิมกลับมิได้เป็นเช่นดั่งบุตรธิดาในกรอบประเพณีคร่ำครึ ที่ต้องหลบหน้าเหินห่างกัน เพราะสาเหตุนี้ ทั้งสองมิเพียงเป็นคนรักเท่านั้น ยังเป็นสหายรักอย่างยิ่งอีกด้วย
มาตรว่าผ่านมาสิบปีแล้ว ลี้คิมฮวงยังคงจำวันนั้นได้แม่นยำ จำได้ชัดเจน
ดอกเหมยของวันนั้น เบ่งบานสวยงามยิ่ง รอยยิ้มที่มีอาการเมาอยู่เล็กน้อยของนาง ยังสวยสะคราญกว่าดอกเหมยเสียอีก วันนั้นนับว่าเปี่ยมความสุขสันต์และหรรษาที่สุดจริงๆ
แตทว่า เรื่องที่เป็นเคราะห์กรรมกลับติดตามมาไม่หยุดยั้ง
ตอนกลับจากนอกกำแพงใหญ่ ศัตรูคู่แค้นของลี้คิมฮวง ถึงกับนัดแนะให้กวนงั่วซาเฮียง (สามอำมหิตนอกกำแพง) ที่มีชื่ออำมหิตชั่วร้ายที่สุดของยุคนั้น มาดักกลุ้มรุมจู่โจม
มาตรว่าลี้คิมฮวงฆ่าศัตรูไปสิบกว่าคนแล้ว แต่สุดท้าย ยังคงบาดเจ็บสาหัสไม่อาจต้านทาน เห็นชัดว่าต้องเสียชีวิตกับดาบอาบยาพิษของอำมหิตใหญ่ นามต๊กป้าแน่แล้ว
ขณะเวลานั้นเอง เล้งโซ่วฮุ้นก็มาถึง
เล้งโซ่วฮุ่นใช้ทวนเล่มเดียว ปลิดชีวิตต๊กป้่ช่วยชีวิตลี้คิมฮวงไว้ได้ และยังทุ่มเทกำลังความคิดรักษาอาการ คุ้มกันส่งจนถีงบ้าน
นับแต่นั้นมา เล้งโซ่วฮุ้นไม่เพียงเป็นผู้มีพระคุณของลี้คิมฮวงเท่านั้น ยังกลายเป็นสหายรักที่สุดอีกด้วย
แต่ภายหลัง เล้งโซ่วฮุ้นกลับป่วยแล้ว ป่วยหนักอย่างยิ่ง ชายฉกรรจ์ที่เข้มแข็งราวหลอมหล่อจากเหล็กไหล มิทันถึงครึ่งเดือน กลับกลายเป็นผอมซีดเหลืองอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
ลี้คิมฮวงปลอบถามอยู่เนิ่นนานจึงทราบ มันถึงกับป่วยเพราะลิ่มซีอิม ชายฉกรรจ์เข้มแข็งปานเหล็กไหลถูกความรักบีบคั้นคุกคาม ถึงกับเป็นโรคหัวใจไปแล้ว
เล้งโซ่วฮุ้นย่อมยังมิทราบ ลี้คิมฮวงกับลิ่มซีอิมหมั้นหมายกันมาแต่เยาว์วัย ดังนั้น จึงวิงวอนลี้คิมฮวงยกเปียม่วยให้แก่มัน มันรับปากลี้คิมฮวงจะต้องดูแลนางอย่างดีไปชั่วชีวิต
ลี้คิมฮวงไหนเลยจะรับปากมันได้
แต่ลี้คิมฮวง ไหนเลยจะเบ่งตาดูผู้มีพระคุณต้องตรอมใจตายทั้งเป็นได้?!
ลี้คิมฮวงยิ่งไม่อาจไปวิงวอนลิ่มซีอิมวิวาห์กับผู้อื่น ลิ่มซิอิมก็ต้องไม่ยอมรับปากแน่นอน
ลี้คิมฮวงปวดร้าวขมขื่นยิ่ง ความคิดกลับกลอกสับสนยิ่ง มีแต่อาศัยสุรามาดับทุกข์ เมามายเป็นเวลาห้าวัน ห้าคืนแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจ เป็นการตัดสินใจที่สุดจะปวดแปลบเจ็บช้ำ
ลี้คิมฮวงตกลงใจ ให้ล่ิิ่มซีอิมถอนตัวออกจากตนไปเอง
ดังนั้น ลี้คิมฮวงจึงวิงวอนลิ่มซีอิม ไปช่วยดูแลอาการป่วยของเล้งโซ่วฮุ้น ส่วนตัวเองเริ่มปล่อยตัวให้เข้าเกลือกกลั้วในสุรานารี กระทั่งเป็นเดือนๆ ยังมิกลับมาบ้าน
ลี้คิมฮวงต้องการสร้างโอกาส ให้เล้งโซ่วฮุ้นกับลิ่มซีอิมได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน
ตอนลิ่มซีอิมหลั่งน้ำตาตักเตือน ลี้คิมฮวงกลับหัวร่อเย้ยหยันแล้วสะบัดแขนเสื้อไป กลับเพิ่มความร้ายกาจกว่าเดิมอีกหลายเท่า ถึงกับพาเซี่ยวอ้๊ง-เซี่ยวฉุ่ยที่เป็นคณิกามีชื่อในเมืองหลวงกลับมาบ้านด้วย
สองปีให้หลัง หัวใจของสิ่มซีอิมแหลกสลายไปจนได้ นางสิ้นหวังแล้ว
ในที่สุด นางจึงเลือกเล้งโซ่วฮุ้นที่ลุ่มหลงนางอย่างจริงใจเป็นคู่ครอง
ในที่สุด แผนของลี้คิมฮวงก็ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จนี้ปวดร้าวขมขื่นเพียงใด? เจ็บช้ำรันทดเพียงใด? ไหนเลยยังจะอยู่ดูดอกเหมยในกาลก่อนของบ้านเกิดได้อีก?
ดังนั้นเอง จึงยกทรัพย์สินสมบัติทั้งมวล เป็นของขวัญวันวิวาห์แก่ลิ่มซีอิม ถอนตัวจากไปเพียงลำพัง โดยตกลงใจ ไม่ย้อนกลับมาดูนางอีกตลอกชีวิต...

ประจันหน้าสู้ความตาย...ซุนเซี่ยวอั๊งเล่า? ลี้คิมฮวงไม่อาจหักใจไปดูนาง และไม่อาจไปดูนางอยู่เสมอมา
สมาธิจิตใจของลี้คิมฮวงไม่อาจรวนเรได้
กระทั่งยังมิได้ยินเสียงซุนเซี่ยวอั๊งด้วย
แต่บัดนี้จะไปแล้ว นางก็ย่อมทราบว่า การไปในครานี้ อาจบางที ไม่มีโอกาสพบกันอีกตลอกกาลนาน การไปครานี้ อาจบางทีมิใช่จำพรากแต่เป็นตายจากกัน!
นางไหนเลยจะยอมให้ลี้คิมฮวงไปเยี่ยงนี้?
ลี้คิมฮวงกลัวนางจะปราดเข้ามา กลัวนางจะติดตามไปด้วย ติดตามไปตายด้วยกัน
หากนางกระทำดังนั้น ลี้คิมฮวงมีแต่หักใจให้อำมหิตฟาดนางสลบไสลหรือจี้จุดนางไว้ จากนั้น บอกกับนางให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยดี
สภาพเยี่ยงนั้น จะต้องรันทดอย่างยิ่ง ตื้นตันอย่างยิ่งทีเดียว
แต่ลี้คิมฮวงกลับไม่หวังให้นางทำอย่างนั้น ภาระที่สุมอยู่ในใจ ตอนนี้หนักหน่วงเกินพอแล้ว หากนางยังทำดั่งนั้น ไม่แน่ว่า น้ำใจของลี้คิมฮวงจะพังทลายลงก็ได้
นิสัยของลี้คิมฮวงแม้กล้าแข็ง แต่น้ำใจกลับเปราะบางอย่างยิ่ง
ซุนเซี่ยวอั๊งหาได้ทำดั่งนั้นไม่ นางกระทั่งยังมิได้เข้ามาอำลาลี้คิมฮวงด้วย
นี่เป็นเพราะสาเหตุใด?
ในที่สุด ลี้คิมฮวงอดมิได้ต้องเหลียวไปเหลือบมองนางแวบหนึ่ง
นางมิได้สลบไสลไป และมิได้ไปด้วย
นางกำลังจับตามองลี้คิมฮวงอยู่
สีหน้านางแม้โศกเศร้ารันทด แต้ประกายตายังคงนุ่มนวลกระไรปานนั้น หนักแน่นกระไรปานนั้น!
ปากนางแม้มิได้ส่้งเสียงว่ากล่าว แต่ดวงตานางกลับบอกลี้คิมฮวงว่า "ในเมื่อนี้เป็นเรื่องอย่างไรต้องกระทำ ท่านก็ปล่อยใจไปกระทำไม่ต้องกังวล ข้าพเจ้าต้องไม่ฉุดรั้งท่านไว้ และไม่รบกวนท่าน มิว่าท่านกระทำอย่างไร ข้าพเจ้าต่างทราบว่าท่านต้องกระทำได้ดียิ่ง กระทำถูกต้องยิ่ง!"
มาตรแม้นเพียงเหลือบแลแวบเดียว แต่หัวใจลี้คิมฮวงไม่หนักอึ้งดุจดั่งแมื่อครู่แล้ว
เนื่องเพราะลี้คิมฮวงเข้าใจ นางเป็นสตรีที่เข็มแข็งต้องไม่ให้ตนหงุดหงิดกังวล ไม่ต้องให้ตนบอก นางก็ต้องมีชีวิตอยูต่อไปโดยดี
กับตน นางมีแต่ปลอบประโลม มีแต่สนับสนุน...

ความจริงลิ่มซีอิมต้องการพบหน้าลี้คิมฮวงอยู่ แต่ตอนนางมา มีผู้อื่นอยู่ด้านข้างก่อนแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่กล้าปรากฎตัว เนื่องเพราะนางกลัวผู้อื่นสังเกตุเห็นน้ำใจที่นางมีต่อลี้คิมฮวง และน้ำใจที่ลี้คิมฮวงมีต่อนาง!
เนื่องเพราะนางทราบ หากนางได้พบกับลี้คิมฮวงนางก็จะไม่อาจข่มกลั้นตัวเองอยู่ได้อีก
ความในใจเหล่านี้ มาตรว่านางมิได้บอกออกไปแต่ซุนเซี่ยวอั๊งก็เข้าใจกระจ่างยิ่ง
ซุนเซียวอั๊งถอนหายใจกล่าวว่า "เมื่อก่อนข้าพเจ้าไม่เคยเข้าใจ ไฉนมีบางคนมักยินยอมเชื่อฟังผู้อื่น จัดการให้ผู้อื่นมากลับกลายวิถีชีวิตของตัวเอง บัดนี้ข้าพเจ้าจึงเข้าใจ ท่านที่เชื่อฟังคำพูดของผู้อื่น หาใช่เพราะท่านกลัวมัน แต่เนื่องเพราะท่านรักมัน ท่านทราบว่า มันมิว่ากระทำอย่างไร ต่างหวังดีต่อท่านทั้งสิ้น"
ความจริงลิ่มซีอิมข่มกลั้นตัวเองตลอดมา แต่บัดนี้นางไม่อาจข่มกลั้นไว้ได้อีกแล้ว
น้ำตานางหลั่งทะลักดุจทำนบทลาย
เนื่องเพราะวาจาเหล่านี้ของซุนเซี่ยวอั๊ง แต่ละถ้อยกระทงความต่างแทงเข้าในดวงใจนาง แต่ละคำล้วนคล้ายเข็มแหลม แทงจนนางปวดแปลบแทบไม่อาจทนทาน
นางเคยถามตัวเอง "เราตอนนี้ก็ไม่ได้สิ่งไรมา กระทั่งยังว่างเปล่า เฉกเช่นลิ่มเซียนยี้ แต่สภาพเยี่ยงนี้เป็นผู้ใดสร้างขึ้น? หรือเราผิดไปแล้ว?"
นางเคยตำหนิลี้คิมฮวง เคยแค้นลี้คิมฮวง
บั้นปลายที่เป็นโศกนาฎกรรมเยี่งนี้ ไยมิใช่เป็นลี้คิมฮวงสร้างขึ้นแต่ผู้เดียว?
แต่บัดนี้นางกลับทราบ ที่ผิดนั้นมิใช่ลี้คิมฮวง แต่เป็นนางเอง!
"เราตอนนั้นเหตุใดต้องเชื่อฟังมัน เหตุไฉนไม่บอกกับมันโดยกระจ่างชัด...เรารักมัน นอกจากมันแล้ว เราจะไม่ยอมวิวาห์กับผู้ใดทั้งสิ้น"
ซุนเซี่ยวอั๊งกล่าวเสียงนุ่มนวล "ข้าพเจ้าแม้มิใคร่เข้าใจความสัมพันธ์ของพวกท่านกระจ่างนัก แต่ข้าพเจ้าทราบ..."
ลิ่มซีอิมพลันสอดคำขึ้น "บัดนี้ข้าพเจ้าทราบแล้ว ข้าพเจ้าแมื่อเห็นท่านจึงทราบว่าข้าพเจ้าผิดไปแล้ว"
ซุนเซี่ยวอั๊งย้อนถามด้วยความสงสัย "นั่นเป็นเพราะสาเหตุใด?"
"เนื่องเพราะ...หากข้าพเจ้ามีความกล้าหาญเช่นดั่งท่าน มีความเข็มแข็งเช่นดั่งท่าน วันนี้ก็จะไม่มีบั้นปลายเยี่ยงนี้"
"แต่ว่าท่าน..."
"ข้าพเจ้าตอนนี้จึงทราบ เนื่องเพราะมีแต่ท่าน จึงสามารถปลอบประโลมมัน สนับสนุนมัน มิว่ามันกระทำอย่างไร ท่านมีแต่เชื่อมั่นมันโดยไม่เปลี่ยนแปร แต่ข้าพเจ้า..."
นางถอนหายใจด้วยความหม่นหมอง น้ำตาหลั่งไหลอีกแล้ว
ซุนเซี่ยวอั๊งก้มศีรษะต่ำอีกเนิ่นนาน จึงหัวร่อแล้วกล่าวว่า "แต่ท่านภายหน้ายังมีโอกาสได้พบมันอีก เรื่องของอดีตได้ผ่านไปแล้ว ภายหน้าพวกท่านยังพอจะ..."
ลิ่มซีอิมสอดคำอีกครั้ง "ท่านเห็นว่ามันยังมีโอกาส? มันยังมีหว้ง?"
ซุนเซี่ยวอั๊ง"มันย่อมมีแน่นอน" นางหัวร่อเบาๆ แล้วกล่าวต่อ "ผู้อื่นเห็นสภาพเยี่ยงนี้ของมัน จะต้องแน่ใจว่ามันไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสักน้อยนิด หากผู้ใดกระทั่งตัวเองยังไม่เชื่อมั่น นั่นยังจะมีความหวังใดหลงเหลือ?"
ลิ่มซีอิมกล่าวอย่างหม่นหมอง "เป็นเช่นนี้จริงๆ"
ซุนเซี่ยวอั๊งกล่าวต่อไป "แต่ข้าพเจ้ากลับทราบ ที่มันปั้นทีท่าเยี่ยงนี้ออกมา เพียงแต่จงใจจะให้เซี่ยงกัวกิมฮ้งดูแคลนมัน หากเซี่ยงกัวกิมฮ้งมีใจดูแคลนศัตรูเมื่อใด ก็ยากที่จะไม่เลินเล่อได้" ดวงตานางเป็นประกายวาว กล่าวช้าๆ ต่อไป "ขอเพียงเซี่ยงกัวกิมฮ้งชะล่าชั่ววูบ ก็สามารถถูกฆ่าได้"
ลิ่มซีอิมถอนหายใจกล่าว "มันมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เนื่องเพราะทราบว่าท่านก็มีความเชื่อมั่นในตัวมัน ท่านได้ช่วยเหลือมันยิ่งใหญ่เพียงใด อาจบางทีกระทั่งท่านเองก็ยังมิทราบ"
ซุนเซี่ยวอั๊งก้มศีรษะต่ำ เม้มริมฝีปากกลั้นยิ้มกล่าว "ข้าพเจ้าทราบ" นางไม่เพียงมีความเชื่อมั่นลี้คิมฮวงเท่านั้น ยังมีความเชื่อมั่นตัวเองด้วย...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น