วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เทศกาลกินเจ

ประวัติความเป็นมา

เทศกาลกินเจ จริงๆแล้วเป็นช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ 10 วัน แด่ คน 9 คน ซึ่งเป็นชาวฮั่นที่ได้ทำการ ปฏิวัติต่อต้านพวกแมนจูแต่ไม่สำเร็จจึงถูกประหารชีวิตโดยการตัดคอและโยนลงสู่แม่น้ำหลังจากนั้น
ก็มีเจ้ามารับวิญญาณทั้ง 9 ไป ชาวจีนจึงยกย่องให้ชายทั้ง 9 เป็นเจ้าแห่งเทศกาลกินเจ เมื่อถึง
เทศกาลกินเจ ก็คือการไว้ทุกข์ให้บุคคลทั้ง 9 คน ซึ่งเราเรียกกันว่า เจ้า วันกินเจก็จะไม่ตรงกันทุกปี ถ้าจะดูจากปฏิทินของไทย แต่ถ้านับจากปฏิทินจีน 1 เดือนก็จะมี 29 - 30 วัน จะไม่มีวันที่31 วันกินเจ วันแรกจะตรงกับวันสุดท้ายของเดือนที่แปดนับจากปฏิทินจีนถ้าดูจากปฏิทินจีนเทศกาลกินเจก็จะ
ตรงกัน ทุกปี

สีที่ใช้

เมื่อสมัยก่อนนั้นจะใช้ได้แต่ สีขาว สีเดียว คือ ต้องแต่งกายสีขาวห้ามมีลาย ห้ามแต่งหน้า ทำผม รวบผมก็ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการไว้ทุกข์แต่ปัจจุบันความเชื่อพวกนี้ก็้เริ่มเลือนหายไปแล้วเนื่อง
จากลืมกันไปว่าเทศกาลกินเจ คือช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ พักหลังก็ได้อนุญาตให้ใช้ สีเหลือง ได้อีกสีเพราะ ถือว่าสีเหลืองคือสีของเจ้า แต่คนที่เคร่งครัดจริงๆ ก็ยังใส่แต่สีขาวอย่างเดียว

อาหารที่ทานได้

ก็จะเป็นผักแต่ไม่ทุกชนิด ยกเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน ทานแล้วมีกลิ่นปาก เช่น ผักชี, ผักกุยช่าย
ต้นหอม, กระเทียม ส่วนผลไม้ สามารถรับประทานได้ทุกชนิด และงดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิดแต่บาง
คนรับประทานหอยนางรม สาเหตุทานได้เพราะหอยนางรมเคยช่วยชีวิต เจ้าแม่กวนอิม เอาไว้ เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเจ้าแม่กวนอิมเดินทาง แล้วรู้สึกหิวมากเหมาะกับเจอทะเลจึงเอ่ยไปว่าตอนนี้หิว
มากจะมีสัตว์อะไรที่สามารถทานได้บ้าง หอยนางรมจึงลอยขึ้นมาให้เจ้าแม่กวนกิมได้ทาน บางคนจึง นับหอยนางรมเป็นอาหารเจด้วยและที่แปลกคือหอยนางรมนั้นไม่มีเลือด ่ปัจจุบันก็ได้มีการทำอาหาร
เลียนแบบโดยใช้แป้ง ทำเป็น หมู เป็ด ไก่ มีรสชาดไม่แตกต่างไปจากเนื้อสัตว์

เพื่อนเจ

เพื่อนเจเราจะเรียกว่า แจอิ๊ว ก็หมายถึงเพื่อนที่กินเจ เวลาร้านค้าเรียกลูกค้าในวันนั้นก็จะเหมารวม
คนใส่ชุดขาวว่า แจอิ๊ว ไปทั้งหมด

ไหว้เจ้า

ในการไหว้เจ้าถ้าเป็นศาลเจ้าเขาก็จะมีแบ่งว่าถ้าไม่ได้กินเจหรือแต่งกายให้เหมาะสมก็จะไม่สามารถ
เข้าไปไหว้ข้างในศาลเจ้า ไหว้ได้เฉพาะข้างนอกเท่านั้น ของที่ใช้ไหว้ก็ไม่ต่างจากไหว้ทั่วไปเท่าไร
แต่ก็จำกัดบ้าง คือ เทียน จะต้องเป็นสีเหลืองเท่านั้น ส่วนธูป ก็ใช้เหมือนปกติ


การเวียนเทียน

จะไม่ได้เดินวน 3 รอบ ธรรมดาทั่วไป แต่จะเดินเป็นอักษรจีนซึ่งแต่ล่ะตัวก็คือคำพรแล้วคำก็ไม่ใช่ คำเดิม เสมอไป เพราะแล้วแต่การขอของเจ้าภาพในปีนั้น

ถ้วยชาม

หากเป็นสมัยก่อนแล้ว ถ้วยชามที่ใช้ในเทศกาลกินเจ ก็จะมีชุดใหม่ซึ่งไม่ปนกับชุดที่ใช้อยู่ทุกวัน บางบ้านก็จะมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อตอนรับเทศกาลกินเจ

เต่ารู้บุญคุณ

เมื่อปล่อยเต่าไปแล้วรอสักพักก่อน ลองสักเกตดูสักนิดเต่าที่ปล่อยไปจะว่ายกลับมาเอาหัวโผล่เหนือ
น้ำขึ้นมา ขอบคุณแล้วค่อยว่ายน้ำจากไปฉะนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่ ส่วนใหญ่จึงชอบปล่อยเต่า มากกว่า สัตว์อย่างอื่น

10
วันของเทศกาลกินเจ

ก็จะมีวันสำคัญอยู่ประมาณไม่กี่วันซึ่งจะอธิบายแต่วันหลักๆ แล้ววันเหล่านี้แต่ล่ะศาลเจ้าก็จะไม่ตรง
กัน แล้วแต่การดูเลิกยาม ณ ที่นี้ อิงกับ ศาลเจ้าเจาซือกง ( ตลาดน้อย ) เป็นหลัก

วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะดูเลิกยามว่าจะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ยังไงก็ไม่เกิน12.00น.จะทำการ เชิญเจ้ากันที่แม่น้ำโดยการใช้ ปวย ( ถ้าคุณไม่ทราบว่าเป็นยังลองนึกไปถึงตอนที่เข้าศาลเจ้าจะเห็น
เป็นเหมือนก้อนสีแดงๆ 2 ก้อน) จะทราบว่าเจ้ามาก็ต่อเมื่อปวย2 อันจะทำการเสี่ยงทายโดยการโยน
2
ครั้ง แล้วปรากฏว่า 1 อันหงาย อีก 1 อันคว่ำ ก็แสดงว่าเจ้าทั้ง 9 ได้เสร็จลงมาแล้วการกินเจก็จะ
เริ่มขึ้นแต่คนส่วนใหญ่ก็ทานกันส่วนหน้าเพื่อเป็นการล้างท้องยิ่งพวกที่ทำหน้าที่เป็นคนเชิญเจ้าด้วย
แล้วบางคนที่เคร่งก็จะทานล่วงหน้ากันเป็นเดือนทีเดียว

วันที่สี่ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไห้วเจ้าเหมือนกับเป็นวันนัดกันมาไหว้เจ้า

วันที่เจ็ด ก็เป็นวันไหว้เจ้าอีกวันแต่วันนี้จะสำคัญกว่าวันที่สี่ เพราะถือว่าเป็นการไหว้เจ้าใหญ่ ใครจะ
พลาดไหว้วันไหนแต่ห้ามพลาดไหว้วันนี้ ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า , ปลาไหล ,นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย

วันที่แปด วันนี้จะมีการลอยกระทงด้วยไม่ต่างไปจากการลอยกระทงของคนไทย ความหมายก็
ขอบคุณ เจ้าแม่คงคา สำหรับน้ำที่ให้เราๆ ท่านๆ ได้ใช้, ดื่ม กัน แล้วก็ให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ





วันที่เก้า จะว่าเป็นวันที่เด็กๆชอบ หรือเป็นวันที่คนเยอะสุดๆก็ว่าได้ ตอนช่วงเช้าก็จะมีพิธีทำทาน
หรือเรียกว่า ซิโกว เป็นการให้ทานแก่ พวกผีที่ไม่มีญาติคนแก่บางคนก็เคยเห็นว่ามีวิญญาณมารับ ของไป( เป็นความเชื่อส่วนบุคคลอะนะ ) ช่วงเวลานนี้คนก็จะเยอะมาก แทบเหยียบกันก็ว่าได้ไม่ ทราบว่าคนพวกนี้มากจากไหนเหมือนกัน ทีเด็ดของงานก็คงเป็นตอนกลางคืน เพราะจะมีแห่มังกร ,สิงโต ,ขบวนของเด็ก และสาวๆ อันนี้เป็นแค่ทำสีสันให้คนมาเที่ยวงานเยอะๆไม่ได้มีความหมาย
อะไรมากไปกว่านี้

วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ











คำว่า "เจ" ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า "อุโบสถ" คำว่า "กินเจ" ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทาน อาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ "อุโบสถศีล" หรือ รักษาศึล 8 จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก "การไม่กินเนื้อสัตว์" ไปรวมกับคำว่า "กินเจ" ซึ่งเป็นการถือ ศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ฉะนั้นความหมายก็คือ "คนกินเจ" มิใช่เพียงแต่ไม่ กินเนื้อสัตว์แต่คนที่กินเจ ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความ บริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วย พร้อมกัน เช่นนี้แล้วจึงจะเรียกว่า "กินเจที่แท้จริง"

ดังนั้น คำคล้องจองที่เราได้ยินอยู่เสมอ คือ "ถือศีลกินเจ" จึงนับว่ามี ความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่ในตัวเองแล้ว

ตามร้านขาย "อาหารเจ" เราจะพบเห็นตัวอักษรภาษาจีน คำนี้อ่านว่า "ไจ" (เจ) แปลว่า "ไม่มีของคาว" เขียนด้วยสีแดงบนพื้นเหลืองเสมอ ในช่วงเทศกาลกินเจเดือน 9 จะเห็นตัวอักษรนี้เขียนบนธงสีเหลือง ปักอยู่ตามแผงขายอาหารเจ มองเห็น เป็นที่สะดุดตาแก่คนทั่วไป

ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล สีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ดังนั้นผู้ตั้งใจถือศีล บำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ ตัวอักษรนี้ย่อมเป็นเครื่องหมาย เตือนสติให้ระลึกไว้เสมอว่า "การกินเจงดเว้นเนื้อสัตว์ของคาวคือ การปฏิบัติธรรม รักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหาเมตตากรุณาธรรมโดยแท้ อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิต บนโลก"

จากหนังสือ "การกินเจ" โดยมูลนิธิรัศมีธรรม flower

ทุกๆ ในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 (ปฏิทินจีน) ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 13-22 ตุลาคม ก็จะเข้าสู่เทศกาลกินเจกันอีกครั้ง หลายคนที่คิดจะลองทานอาหารเจกับเขาบ้างแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร หรือจะเลือกรับประทานอาหารเจอย่างไร เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ


Tip :
หลายคนที่ไม่เคยทานอาหารเจอาจจะรู้สึกว่า อาหารเจนั้นมัน และมีส่วนผสมของแป้งเป็นหลัก ซึ่งทำให้เราอ้วนได้ หรืออาหารจืดชืดไม่อร่อย แต่คุณทราบมั้ยคะว่ามีอีกทางเลือกใหม่!! ที่คุณยังไม่เคยได้ลอง ก็ธัญญาหารสำเร็จรูปเจนี่ไงคะที่อยากแนะนำ ทั้งสะดวก ทานง่าย ได้คุณค่า และอร่อยอีกด้วย เพราะเขามีหลายรสชาติให้คุณเลือกทั้งสูตรโปรตีนถั่วเหลือง และรสมิกซ์เบอร์รี่..อย่างนี้ ต้องลองแล้วสิคะ


สำหรับทุกคนที่จะทานอาหารเจ นอกจากจะงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดแล้ว ยังต้องงดอาหารรสจัด งดผัก-เครื่องเทศกลิ่นแรง เช่น ผักชี กุ้ยช่าย หัวหอม ต้นหอม กระเทียม เพราะเชื่อกันว่าผัก และเครื่องเทศกลิ่นแรง จะเป็นสมุนไพรกระตุ้นอารมณ์ ซึ่งเป็นกิเลสในการนั่งสมาธิ อันเป็นประเพณีปฏิบัติในการถือศีล-กินเจ

ส่วนอาหารมังสวิรัติ จะหมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิดอย่างเดียวเท่านั้น

ในช่วงเทศกาลกินเจนี้ผู้ปฏิบัติจะต้องปฏิบัติดังนี้
  • งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
  • งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์
  • งดอาหารรสจัด
  • งดผัก-เครื่องเทศกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้น หอม กุ้ยช่าย
  • รักษาศีลห้า และรักษาพรหมจรรย์
  • รักษาจิตใจให้บริสุทธ์-รักษาอารมณ์
  • ทำบุญทำทาน
  • นุ่งขาวห่มขาว

คราวนี้ลองมาดูอาหารเจที่เรารับประทานได้มีอะไรบ้าง 
1.
โปรตีนเกษตร หรือโปรตีนถั่วเหลือง ทำจากแป้งถั่วเหลือง ปราศจากไขมัน มีคุณค่าทางอาหารสูง ราคาถูก เก็บง่ายไม่ต้องใส่ตู้เย็น ใช้สะดวก ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้หลายชนิด

2.
ธัญญาหารสำเร็จรูป จะประกอบด้วยธัญญาหารอบกรอบ ครีมเทียม น้ำตาล นมผงขาดมันเนย โปรตีนถั่วเหลือง และมอลต์สกัด มีแคลเซียม วิตามินอีและซี ธาตุเหล็กและโฟเลทสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม และต้องการความสะดวก แถมมีหลายรสชาติให้เลือกรับประทาน

3.
เต้าหู้ เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีหลายชนิด เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง เต้าหู้ขาวชนิดอ่อน เต้าหู้เหลืองชนิดแข็ง เต้าหู้เหลืองชนิดอ่อน เต้าหู้หลอด ฟองเต้าหู้ เป็นอาหารที่มีสารอาหาร ประเภทโปรตีน และสารอาหารอื่น ๆ ครบถ้วน ย่อยง่าย ไม่มีคอเลสเตอรอล

4.
ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีน 7-12% มีวิตามิน และแร่ธาตุมากกว่า 20 ชนิด มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก บำรุงสมอง ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง

5. เห็ด ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ และเป็นแหล่งโปรตีนที่มีรสดี เห็ดมีหลายชนิด และมีกรดอะมิโนรวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด เป็นอาหารปราศจากแป้ง มีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย นอกจากจะใช้แทนเนื้อสัตว์แล้วเห็ดยังสามารถใช้แทนผักได้ มีรสอร่อยดีอีกด้วย

6.
ถั่วเหลือง เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีโปรตีนมาก จึงใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในถั่วเหลืองยังมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วย ถั่วเหลืองมีไขมันที่ไม่อิ่มตัว ช่วยละลายคอเลสเตอรอล มีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงโลหิต บำรุงประสาท ป้องกันโรคตับและช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดี ถั่วเหลืองที่ใช้ในอาหารเจ มีทั้งใช้เป็นส่วนผสมโดยตรง หรือแปรรูปเป็นอย่างอื่น เช่น เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตรชนิดต่าง ๆ ฯลฯ

7.
แป้งหมี่กึง ทำจากแป้งสาลี จะมีความเหนียมนุ่มคล้ายเนื้อสัตว์ สามารถนำมาทำเป็นลูกชิ้น กุ้ง ปลาหมึก ไส้หมู (ซึ่งทำออกมาหน้าตาเหมือนเนื้อสัตว์จริง มากๆ)

8.
เมล็ดพืช ประกอบด้วยไขมันที่มีประโยชน์ มีโปรตีนประมาณ 20% พร้อมทั้งเกลือแร่ และวิตามินมาก เช่น ฟอสฟอรัส วิตามิน เอ ซี และอี มีประโยชน์ในการป้องกัน และลดความเสี่งต่อการเป็นมะเร็ง เมล็ดพืช มีหลายชนิด เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม เม็ดบัว ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดอัลมอนด์ วอลนัท เกาลัด ฯลฯ

นอกจากคุณค่าและประโยชน์ดีๆ ที่มีในอาหารเจที่คุณได้รับประทานแล้ว เชื่อได้ว่าสุขภาพกาย และจิตใจของคุณก็จะสะอาด และสงบขึ้นอีกด้วย หากมีโอกาสจะลองทานสักมื้อสองกันก่อนก็ได้ ไม่แน่คุณอาจจะติดใจในอาหารเจรสเด็ดที่อร่อยไม่แพ้ เนื้อสัตว์จริงๆ เลย







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น